ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน



Similar documents
ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน การตรวจต ดตามค ณภาพภายใน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการงานธ รการและสารบรรณ

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง)

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดสว สด การแก บ คลากร กรณ การจ ดสว สด การอาคารท พ กข าราชการกระทรวงย ต ธรรม กองการเจ าหน าท ส าน กงานปล ดกระทรวงย ต ธรรม

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการพ ฒนาบ คลากรของหน วยงาน

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

หน วยงาน : งานเวชระเบ ยน ระบ หน วยงานท เก ยวข อง : - ท กหน วยงานท ใช งานระบบโปรแกรมบร หารงานโรงพยาบาล ทบทวนโดย ผ แทนฝ ายบร หาร... (นายพงษ ศ กด สมใจ)

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

ค ม อการร บ-ส งหน งส อราชการ (OBEC e-office)

Flow chart แสดงข นตอนของการจ ดท าเอกสารค ณภาพ

ข อ ๓ การขออน ญาตน าเข าว ตถ อ นตราย ให ย นหน งส อขออน ญาตน าเข าตามแบบ วอ./อก.๑๒

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

๔. จ ดทาหน งส อแจ งให ผ ม หน าท เส ยภาษ ทราบ ธ นวาคม เพ อย นแบบแสดงรายการภาษ ป าย (ภ.ป.๑)

กระบวนการฝ กอบรมส มมนา- การเตร ยมการก อนการฝ กอบรม โครงการ ฟอร ม 1.1 ฟอร มกาหนดค ามาตรฐานการปฏ บ ต งาน

การพ ฒนาระบบการจ ดการพล งงาน ผ แทนกรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน กรมพ ฒนาพล งงานทดแทนและอน ร กษ พล งงาน

กองส ขภาพจ ตส งคม ฉบ บท A แก ไขคร งท 0 ระเบ ยบปฏ บ ต ท P-EP-03 ประกาศใช : 1 เมษายน 2548 SMH เร อง การจ ดท าฐานข อม ลระบาดว ทยาส ขภาพจ ต หน าท : 1/5

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

ค ม อการปฏ บ ต งาน งานบร หารธ รการและงานสารบรรณ

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

การเก บและการค นเอกสารโครงการว จ ย Archives and Retrieval of Documents

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

การลดรอบระยะเวลาของข นตอนการปฏ บ ต ราชการกรมอ ต น ยมว ทยา

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

ข นตอนการดาเน นงาน : การพ จารณาการอ ทธรณ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

ข นตอนการร บ-ส งหน งส อ ของรองอธ การบด (นางจ ราภรณ ส พทานนท )

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

กล มส งเสร มประส ทธ ภาพ การจ ดการศ กษา

How To Read A Book

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

การลดข นตอนและระยะเวลาการปฏ บ ต งานของงานป องก นและบรรเทาสาธารณภ ยใน การสน บสน นน าอ ปโภคบร โภค

ปฏ ท นการด าเน นงาน (Gantt Chart) ตามแผนปฏ บ ต การป องก นและปราบปรามการท จร ตและประพฤต ม ชอบ กองการเจ าหน าท ประจ าป งบประมาณ พ.ศ.

NYK LOGISTICS (THAILAND) CO., LTD. ร ปแบบ และการก าหนดรห สเอกสาร SP - EMC อน ม ต โดย จ ดท าโดย ตรวจสอบโดย

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

มาตรฐานการปฏ บ ต งาน เร อง การควบค มเอกสาร PE - EMC ตรวจสอบโดย

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

การขอตราต ดรถยนต. 1. ดาวน โหลดแบบฟอร ม ขอตราต ดรถยนต ได ท ห วข อดาวน โหลด

แนวทางการบร หารจ ดการ การจ ดทาแบบของกองแบบแผน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

แผนปฏ บ ต การจ ดเก บภาษ โรงเร อนและท ด น ประจาป 2558

3-4 ห น า 1 3. รห สผ ใช ค อ เลขประจาต ว ประชาชน 13 หล ก 4. รห สผ าน 10 ต วอ กษร ด งน ช อภาษาอ งกฤษ 3 ต วแรก นามสก ลอ งกฤษ 3 ต วแรก ว นท เด อน ต วอย าง

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

มาตรฐานท 7 ด านการประก นค ณภาพการศ กษา (5 ต วบ งช ) ต วบ งช 7.1 ระด บค ณภาพระบบการประก นค ณภาพภายใน

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

3-4 ห น า 1 3. รห สผ ใช ค อ เลขประจาต ว ประชาชน 13 หล ก 4. รห สผ าน 10 ต วอ กษร ด งน ช อภาษาอ งกฤษ 3 ต วแรก นามสก ลอ งกฤษ 3 ต วแรก ว นท เด อน ต วอย าง

หน า ๑๔ เล ม ๑๓๐ ตอนพ เศษ ๒๒ ง ราชก จจาน เบกษา ๑๕ ก มภาพ นธ ๒๕๕๖

บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

หล กเกณฑ การกาหนดต วช ว ดข อตกลงการประเม นผลการปฏ บ ต งาน บ คลากรสายสน บสน นว ชาการ คณะว ทยาศาสตร มหาว ทยาล ยบ รพา ป พ.ศ. ๒๕๕๖

ช อต าแหน งในสายงานและระด บต าแหน ง

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

ค ม อการปฏ บ ต งาน สาน กงานอาคารสถานท กล มอานวยการกลาง มหาว ทยาล ยศร ปท ม บางเขน จ ดทาเม อ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อ โปรแกรมระบบบร หารส นทร พย

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

บทท 8 ระบบขอใช บร การถ ายเอกสารและอ ดส าเนาอ เล กทรอน กส

มาตรฐานข นตอนและระยะเวลาการปฏ บ ต ราชการ ขององค การบร หารส วนตาบลข วงเปา ประจาป งบประมาณ พ.ศ.2557

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

แนวปฏ บ ต ท ด (Good Practice) กระบวนการปฏ บ ต งานท ม ค ณภาพ (Quality Work Porcedure)

แผนปฏ บ ต งานโครงการพ ฒนาระบบบร หารจ ดการคล งข อสอบและการทดสอบมาตรฐานฝ ม อแรงงาน ด วยระบบอ เล กทรอน กส (Test Bank for e-testing System)

การประปาส วนภ ม ภาค หมวดอ างอ ง 2.17

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

Transcription:

หน า 1/17 รห สผ ครอบครอง ผ จ ดทา ผ ตรวจสอบ 1 (...) (...)...... / / / / 2 ผ เห นชอบ (...)... (...)... / / / / หน วยงานท เก ยวข อง กล มกาก บด แลหล งออกส ตลาด กองควบค มยา ผ อน ม ต กองส งเสร มงานค มครองผ บร โภคฯ (...)... กล มงานค มครองผ บร โภค... สาน กงานสาธารณส ขจ งหว ด / / ใช เพ อเป นแนวทางในการจ ดท าระเบ ยบ/แนวทางปฏ บ ต ในการกาหนดว ธ ปฏ บ ต งาน/Quality System ของจ งหว ดเอง

หน า 2/17 1. ว ตถ ประสงค เพ อให บ คลากรท เก ยวข องเข าใจถ งข นตอนของ ท งการตรวจแบบปกต (Routine Inspection) การ ตรวจต ดตาม (Follow-up Inspection) การตรวจประเม นแบบย อ (Concise Inspection) การตรวจประเม นกรณ พ เศษ (Special Inspection) และสามารถนาไปใช ปฏ บ ต ได อย างถ กต อง ม ประส ทธ ภาพ และเป นแนวทางเด ยวก น 2. ขอบข าย ครอบคล มถ งข นตอนใน ท งหมด ท งการตรวจแบบปกต (Routine Inspection) การตรวจต ดตาม (Follow-up Inspection) การตรวจประเม นแบบย อ (Concise Inspection) การตรวจประเม นกรณ พ เศษ (Special Inspection) 3. มาตรฐาน บ คลากรท เก ยวข องสามารถตรวจประเม น GMP โดยม แนวทางการปฏ บ ต เด ยวก น และได มาตรฐานตามข อกาหนด 4. คาน ยาม 4.1. นายแพทย สสจ. หมายถ ง นายแพทย สาธารณส ขจ งหว ด 4.2. ผอ. กองยา หมายถ ง ผ อานวยการกองควบค มยา สาน กงานคณะกรรมการอาหารและยา 4.3. ผอ.กอง คบ. หมายถ ง ผ อานวยการกองส งเสร มงานค มครองผ บร โภคด านผล ตภ ณฑ ส ขภาพในส วนภ ม ภาคและท องถ น สาน กงานคณะกรรมการอาหารและยา 4.4. ห วหน ากล ม ตส. หมายถ ง ห วหน ากล มกาก บด แลยาหล งออกส ตลาด กองควบค มยา สาน กงานคณะกรรมการ อาหารและยา 4.5. คบ.เขต หมายถ ง ห วหน างานส งเสร มงานค มครองผ บร โภคฯ ประจาเขตตรวจราชการกระทรวงสาธารณส ข กองส งเสร มงานค มครองผ บร โภคด านผล ตภ ณฑ ส ขภาพในส วนภ ม ภาคและท องถ น สาน กงานคณะกรรมการ อาหารและยา 4.6. ห วหน ากล มงาน คบ. หมายถ ง ห วหน ากล มงานค มครองผ บร โภค สาน กงานสาธารณส ขจ งหว ด 4.7. QSM (Quality System Manager) หร อ ผ จ ดการระบบค ณภาพ หมายถ ง เจ าหน าท ของสาน กงานคณะกรรมการ อาหารและยาท ได ร บการแต งต งจากเลขาธ การฯ หร อเจ าหน าท สาน กงานสาธารณส ขจ งหว ดท ได ร บการแต งต ง จากนายแพทย สาธารณส ขจ งหว ด เพ อทาหน าท ผล กด นให เก ดระบบค ณภาพ ควบค มให ม การนาระบบไปใช อย าง ม ประส ทธ ภาพ รวมท งควบค มด แลให ระบบค ณภาพย งคงอย และสามารถรายงานขอการสน บสน นจากผ บร หาร หร อห วหน าส วนราชการได 4.8. ห วหน าคณะผ ตรวจ หมายถ ง ผ ท เป นผ นาในการตรวจ GMP

หน า 3/17 4.9. ผ ตรวจ หมายถ ง ผ ท ทาหน าท ตรวจ GMP โดยปฏ บ ต หน าท ตามท ห วหน าคณะผ ตรวจมอบหมาย 4.10. ผ เช ยวชาญพ เศษเฉพาะด าน หมายถ ง บ คคลผ ม ความร เฉพาะทาง หร อความเช ยวชาญเฉพาะ ท เก ยวก บหน วยงาน กระบวนการ ก จกรรม หร อเร องท จะไปตรวจประเม น 4.11. เก ยรต บ ตร หมายถ ง เก ยรต บ ตรร บรองมาตรฐานการผล ตยาแผนโบราณ ซ งเป นเก ยรต บ ตรร บรองท ออกให โดยสาน กงาน คณะกรรมการอาหารและยา เพ อแสดงว า ผ ผล ตสามารถผล ตยาแผนโบราณโดยปฏ บ ต ตามหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการ ผล ตยาจากสม นไพร (GMP) ฉบ บป พ.ศ. 2548 ท งน เก ยรต บ ตรร บรองมาตรฐานการผล ตยาแผนโบราณ ม ร ปแบบเด ยว ค อ ฉบ บภาษาไทย 4.12. ผ ผล ต หมายถ ง ผ ร บอน ญาตผล ตยา 4.13. GMP หมายถ ง Good Manufacturing Practice หร อหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ต อ างถ ง หล กเกณฑ ว ธ การท ด ใน การผล ตยาจากสม นไพร (GMP) ฉบ บป พ.ศ. 2548 4.13. คณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ หร อ คณะทางานตรวจสอบและพ จารณาเอกสารรายงานการตรวจประเม น สถานท ผล ตยาแผนโบราณตามหล กเกณฑ GMP ยาจากสม นไพร หมายถ ง คณะทางานท ได ร บการแต งต งจาก เลขาธ การฯ ให ม หน าท ตรวจสอบและพ จารณาเอกสารรายงานการตรวจประเม นสถานท ผล ตยาแผนโบราณเพ อ ดาเน นการออกเก ยรต บ ตรร บรองมาตรฐานสถานท ผล ตยาตามหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ตยาจากสม นไพร ฉบ บป พ.ศ. 2548 และดาเน นการออกเก ยรต บ ตรร บรองมาตรฐานสถานท ผล ตยาตามหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ตยาจา สม นไพร ฉบ บป พ.ศ. 2548 4.14. การตรวจแบบปกต (Routine Inspection) หมายถ ง การตรวจโดยละเอ ยดตามห วข อท กาหนดไว ในประกาศกระทรวงฯ หร อตามหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ตยาจากสม นไพร ฉบ บป พ.ศ. 2548 เพ อประเม นสถานภาพการปฏ บ ต งาน ตามหล กเกณฑ GMP ของสถานท ผล ตยา ซ งจะดาเน นการตรวจเม อเป นกรณ ขออน ญาตใหม หร อย นขอประเม นเป นคร ง แรก รวมท งกรณ ม การย ายสถานท ผล ต และการตรวจประเม นซ าตามแผนการตรวจประเม น 4.15. การตรวจต ดตาม (Follow-up Inspection) หมายถ ง การตรวจประเม นเพ อต ดตามผลการแก ไขข อบกพร องจากการตรวจ ประเม นในคร งท ผ านมา 4.16. การตรวจประเม นแบบย อ (Concise Inspection) หมายถ ง การตรวจประเม นโดยเน นการประเม นการปฏ บ ต งานของ ผ ผล ตยาในบางหมวดหร อบางระบบ เพ อบ งช ถ งสถานการณ ปฏ บ ต งานและความสอดคล องก บหล กเกณฑ GMP ของการ ผล ตยาหมวดน นๆ หร อระบบน นๆ 4.17. การตรวจประเม นกรณ พ เศษ (Special Inspection) หมายถ ง การตรวจประเม นในกรณ เฉพาะ เช น ม การร องเร ยน เก ยวก บค ณภาพมาตรฐานของผล ตภ ณฑ ยา เป นต น 4.18. Major Defect ค อ ข อบกพร องสาค ญ ถ าตรวจพบแล วจะไม ผ านการประเม น GMP รายละเอ ยดตามข อกาหนดท ม เคร องหมาย * นาหน าข อกาหนดน นๆ ในเอกสารแบบตรวจประเม นสถานท ผล ตยาตามหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการ ผล ตยาจากสม นไพร (F-xx-xxx)

หน า 4/17 5. เอกสารท เก ยวข อง 5.1. S-XX-XXX ค ณสมบ ต บ คลากร 5.2. W-XX-XXX การเตร ยม 5.3. W-XX-XXX การดาเน น 5.4. W-XX-XXX การต ดตามผลการแก ไข 5.5. W-XX-XXX การออกเก ยรต บ ตร GMP 5.6. F-XX-XXX แบบคาขอเก ยวก บใบเก ยรต บ ตรตามหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ตยาจากสม นไพร ฉบ บป พ.ศ.2548 (คบ.-ยบ.-01) 5.7. F-XX-XXX แบบบ ญช รายละเอ ยดตาร บยาแผนโบราณท ม การผล ตเพ อจาหน ายท งหมดของสถานท ผล ตยา (คบ.-ยบ.-02) 5.8. F-XX-XXX แบบตรวจประเม นสถานท ผล ตยาตามหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ตยาจากสม นไพร 5.9. F-XX-XXX แบบรายงานการตรวจประเม นการตรวจประเม นสถานท ผล ตยาแผนโบราณตามหล กเกณฑ GMP ยา จากสม นไพร 5.10. F-D3-136 แบบการพ จารณา Corrective Action จากผ ผล ต 5.11. หน งส อหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ตยาจากสม นไพร พ.ศ. 2548 จ ดทาโดย กล มพ ฒนานโยบายและสารสนเทศ กอง ควบค มยา สาน กงานคณะกรรมการอาหารและยา พ มพ คร งท 1 โรงพ มพ ช มน มสหกรณ การเกษตรแห งประเทศไทย จาก ด (ISBN:974-244-158-8) 6. อ ปกรณ / เคร องม อเคร องใช โดยเฉพาะ - 7. ตาแหน งท เก ยวข อง 7.1 ผ ผล ต หร อ ผ ร บอน ญาต หร อผ ประกอบการ 7.2 นายแพทย สาธารณส ขจ งหว ด (นายแพทย สสจ. ) 7.3 ผ อานวยการกองควบค มยา (ผอ. กองยา) 7.4 QSM 7.5 ห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) 7.6 ผ ตรวจ (Inspector) 7.7 คณะผ ตรวจ (Inspection Team) 7.8 เจ าหน าท ธ รการ หร อ เจ าหน าท สารบรรณ หร อ เจ าหน าท ลงทะเบ ยนร บ-ส งเอกสาร 8. ข อควรระว งในการปฏ บ ต งาน ให ปฏ บ ต ตามท กาหนดไว ในเอกสารฉบ บน อย างเคร งคร ด

ค ม อข นตอนการปฏ บ ต งาน หน า 5/17 9. ข นตอนการปฏ บ ต งาน รายละเอ ยดของการปฏ บ ต งาน 9.1 การจ ดเตร ยมแผน 9.1.1 เม อผ ประกอบการย นคาขอ( คบ.ยบ.01) และห วหน าหน วยงาน(นายแพทย สสจ.หร อ ผอ.กองยา) มอบหมาย ให QSM ดาเน นการ 9.1.2 QSM มอบหมายห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) ท ร บผ ดชอบไปดาเน นการ 9.2 การตรวจแบบปกต (Routine Inspection) 9.2.1 เม อผ ผล ตย นหน งส อคาขอให ตรวจประเม นสถานท ผล ตยา ท ม เน อหาและเอกสารแนบครบถ วน ให เจ าหน าท ธ รการ(เจ าหน าท ลงทะเบ ยนร บ-ส งเอกสาร) และบ นท กลงในระบบสารบรรณ แล วนาส งหน งส อ ให ผอ. กองยา หร อนายแพทย สสจ. เพ อส งการ การย นขอเก ยรต บ ตร น น จาเป นต องม เอกสารประกอบ ด งต อไปน - แบบคาขอเก ยวก บใบเก ยรต บ ตรตามหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ตยาจากสม นไพร ฉบ บป พ.ศ. 2548 (คบ. ยบ. 01) จานวน 1 ช ด พร อมแนบหล กฐานประกอบคาขอตามรายการในแบบคาขอน - สาเนาใบอน ญาตผล ตยาแผนโบราณ จานวน 1 ช ด - บ ญช รายละเอ ยดตาร บยาแผนโบราณท ม การผล ตเพ อจาหน ายท งหมดของสถานท ผล ตยา (คบ. ยบ. 02) โดยระบ ช อตาร บยา เลขทะเบ ยนตาร บยา และหมวดการผล ต อ นได แก 1. ยาผง 2. ยาเม ด 3. ยาน า (ยาน า ภายนอก หร อ ยาน าภายใน) 4. ยาแคปซ ล 5. ยาร ปแบบก งแข ง (เจล หร อ คร ม หร อ เพส หร อ ข ผ ง) 6. ยาล กกลอน 7. ยาส ด ดม 8. ยาอ นๆ (ล กประคบ หร อ ร ปแบบอ นๆต องระบ ให ช ดเจน) จานวน 1 ช ด - แบบแปลนแผนผ งสถานท ผล ต จานวน 1 ช ด กรณ ท ผ ย นคาขอจ ดเอกสารไม ครบถ วน/ไม ถ กต อง ให เจ าหน าท ลงทะเบ ยนร บ-ส งเอกสารและให ผ ย นคา ขอลงช อร บทราบและร บเอกสารค น 9.2.2 QSM กาหนดห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) ท เหมาะสม จากน นระบ ช อของห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) และให ห วหน าคณะผ ตรวจเล อกผ ตรวจร วมท มตรวจโดยพ จารณาถ งความเหมาะสม เก ยวก บขนาดสถานท ผล ต และ จานวนหมวดยาท ผล ต กรณ สาน กงานสาธารณส ขจ งหว ดให QSM แจ ง คบ. เขต ในพ นท ร บผ ดชอบทราบ เพ อร วมตรวจ ประเม นก บคณะผ ตรวจ 9.2.3 การเตร ยมการตรวจประเม น ให ห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) ดาเน นการตามค ม อว ธ การปฏ บ ต งาน การเตร ยม (W-XX-XXX) 9.2.4 การดาเน นการตรวจประเม น ให ดาเน นการตามค ม อว ธ การปฏ บ ต งาน การดาเน น (W- XX-XXX)

หน า 6/17 9.2.5 เม อเสร จส นการตรวจประเม น ให ห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) จ ดเตร ยมรายงานผลการตรวจ GMP อย างเป นทางการ ตามรายงานการตรวจประเม นการตรวจประเม นสถานท ผล ตยาแผนโบราณตามหล กเกณฑ GMP ยาจากสม นไพร (F-XX-XXX) และแบบตรวจประเม นสถานท ผล ตยาตามหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ตยาจากสม นไพร(F-XX-XXX) กรณ ท QSM ม ส วนร วมใน ให บ คคลอ นท ได ร บมอบหมายเป นผ ทบทวนรายงาน ด งกล าวท คณะผ ตรวจจ ดทาข น 9.2.6 QSM หร อผ ท ได ร บมอบหมายพ จารณารายงานท คณะผ ตรวจจ ดทาข นตามรายงานการตรวจประเม นการตรวจ ประเม นสถานท ผล ตยาแผนโบราณตามหล กเกณฑ GMP ยาจากสม นไพร (F-XX-XXX) และแบบตรวจประเม นสถานท ผล ตยาตาม หล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ตยาจากสม นไพร(F-XX-XXX) แล วพบว า 9.2.6.1 ม ข อบกพร องส าค ญ (Major Defect) โดย QSM หร อผ ท ได ร บมอบหมายพ จารณารายงานแล วพบว า 9.2.6.1.1 QSM / คบ.เขต./ห วหน าคณะผ ตรวจ ม ความเห นแย ง ให เสนอเอกสารท งหมดเข าท ประช ม คณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ ณ สาน กงานคณะกรรมการอาหารและยา เพ อพ จารณา 9.2.6.1.2 QSM / คบ.เขต./ห วหน าคณะผ ตรวจ ไม ม ความเห นแย ง ให จ ดเก บเอกสารท เก ยวข องในแฟ ม ประว ต สถานท ผล ต และให จ ดเตร ยมหน งส อแจ งผ ผล ตดาเน นการส งแผนการแก ไขข อบกพร อง พร อมระยะเวลาในการแก ไข (Corrective Action) แล วลงนามโดยนายแพทย สสจ. / ผอ. กองยา / ห วหน ากล มงาน คบ. แล วให เจ าหน าท ธ รการจ ดส งหน งส อด งกล าวแก ผ ร บอน ญาตต อไป 9.2.6.2 ไม ม ข อบกพร องส าค ญ (Major Defect) โดยQSM หร อผ ท ได ร บมอบหมายพ จารณารายงานแล วพบว า 9.2.6.2.1 QSM/ คบ.เขต./ห วหน าคณะผ ตรวจ ม ความเห นแย ง ให เสนอเอกสารท งหมดเข าท ประช ม คณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ ณ สาน กงานคณะกรรมการอาหารและยา เพ อพ จารณาต อไป 9.2.6.2.2 QSM/ คบ.เขต./ห วหน าคณะผ ตรวจ ไม ม ความเห นแย ง ให จ ดเก บสาเนาเอกสารในแฟ มประว ต สถานท ผล ต และจ ดทาหน งส อแจ งผลการตรวจประเม นซ งนายแพทย สสจ. / ผอ. กองยาหร อห วหน า กล มงาน คบ. ลงนามแล ว มอบให แก เจ าหน าท ธ รการส งหน งส อแก ผ ผล ตต อไป และQSM จ ดส ง ต นฉบ บรายงานการตรวจประเม นฯ (F-XX-XXX) และแบบตรวจประเม นสถานท ผล ตยาฯ (F-XX- XXX) พร อมเอกสารอ นๆท เก ยวข องให แก คณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ เพ อออกเก ยรต บ ตร ร บรองให ผ ร บอน ญาตต อไป และคณะทางาน GMP ยาแผนโบราณดาเน นการตามค ม อว ธ การ ปฏ บ ต งาน การออกเก ยรต บ ตร GMP (W-XX-XXX) แล วจ ดส งเก ยรต บ ตรให แก QSM ภายใน 15 ว น ทาการน บจากได ร บเร องและเอกสารครบถ วน และ QSM ส งมอบเก ยรต บ ตรต อให แก ผ ผล ตภายใน 15 ว นทาการน บจากได ร บเก ยรต บ ตร

หน า 7/17 9.2.7 คณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ ณ สาน กงานคณะกรรมการอาหารและยา พ จารณากรณ ความเหมาะสมของ ข อบกพร องสาค ญ/ข อบกพร องอ นๆ ท QSM /คบ.เขต./ห วหน าคณะผ ตรวจหร อผ ท ได ร บมอบหมายม ความเห นแย ง หร อกรณ พ จารณาผลของการตรวจประเม นกรณ พ เศษ (Special Inspection) และเม อพ จารณาเสร จส นแล ว ให เลขาน การของคณะทางาน GMP ยาแผนโบราณจ ดทารายงานการประช ม และสาเนาให ผ ท เก ยวข องทราบ 9.2.7.1 กรณ ผลการพ จารณา พบว า ม ข อบกพร องส าค ญ (Major Defect) ให ปฏ บ ต ตามข อ 9.2.6.1.2 9.2.7.2 กรณ ผลการพ จารณา พบว า ไม ม ข อบกพร องส าค ญ (Major Defect) ให คณะทางาน GMP ยาแผน โบราณดาเน นการตามค ม อว ธ การปฏ บ ต งาน การออกเก ยรต บ ตร GMP (W-XX-XXX) แล วจ ดส งเก ยรต บ ตรให แก QSM ภายใน 15 ว นทาการน บจากม มต การประช ม และ QSM ส งมอบเก ยรต บ ตรต อให แก ผ ผล ตภายใน 15 ว น ทาการน บจากได ร บเก ยรต บ ตร 9.2.8 เม อผ ร บอน ญาตจ ดส งแผนการแก ไขข อบกพร อง (Corrective Action) ซ งระบ ว ธ การและระยะเวลาในการแก ไข ข อบกพร องถ งนายแพทย สสจ. หร อ ผอ. กองยาแล วแต กรณ ให เจ าหน าท ธ รการลงเลขร บในแบบทะเบ ยนร บ-ส งเอกสาร แล วนาส ง ให นายแพทย สสจ. หร อ ผอ. กองยา ลงนามและแจ งให QSM ดาเน นการต อไป 9.2.9 QSM ส งหน งส อแจ ง Corrective Action ให ห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) ท ร บผ ดชอบ เพ อพ จารณา รายละเอ ยดและความเหมาะสม 9.2.10 ให ห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) ท ร บผ ดชอบ พ จารณาให ความเห นเก ยวก บรายละเอ ยดและความ เหมาะสมของ Corrective Action และบ นท กความเห นและว ธ การต ดตามการแก ไขลงในแบบ การพ จารณา Corrective Action จากผ ผล ต (F-D3-136) จากน นเสนอให QSM เพ อพ จารณา ต อไป กรณ ท QSM เป นห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) ให ผ ท ได ร บมอบหมายเป นผ ทบทวนรายละเอ ยดของ Corrective Action 9.2.11 ให QSM หร อผ ท ได ร บมอบหมายทบทวนรายละเอ ยดของ Corrective Action แล วบ นท กความเห นลงในแบบ F-D3-136 9.2.11.1 กรณ ท QSM และห วหน าคณะผ ตรวจ(หร อผ ท ได ร บมอบหมายเป นผ ทบทวน) เห นว า Corrective Action ไม เหมาะสม ให QSM จ ดทาหน งส อแจ งผ ร บอน ญาตถ งผลการพ จารณา Corrective Action พร อมแนบ สาเนา F-D3-136 เสนอนายแพทย สสจ. หร อ ผอ. กองยา ลงนาม แล วส งต อให เจ าหน าท ธ รการส งให ผ ร บ อน ญาต เพ อทาการปร บปร งแก ไขรายละเอ ยดของ Corrective Action ให แล วเสร จ และส งกล บมาท สาน กงาน สาธารณส ขจ งหว ดหร อกองควบค มยา ภายใน 15 ว นทาการน บจากว นท ได ร บแจ ง หากผ ร บอน ญาตไม สามารถ แก ไขได ตามกาหนดด งกล าวโดยไม ม เหต ผลอ นสมควร จะไม ร บพ จารณาคาขอด งกล าว เม อผ ผล ตย น Corrective Action ท แก ไขแล ว ให ปฏ บ ต ตามข อ 9.2.8 โดยอน โลม

หน า 8/17 9.2.11.2 กรณ ท QSM และห วหน าคณะผ ตรวจ(หร อผ ท ได ร บมอบหมายเป นผ ทบทวน) เห นว า Corrective Action เหมาะสม ให QSM จ ดทาหน งส อแจ งผ ร บอน ญาต พร อมแนบสาเนา F-D3-136 เสนอนายแพทย สสจ. หร อ ผอ. กองยา ลงนาม แล วส งต อให เจ าหน าท ธ รการจ ดส งแบบ F-D3-137 ให แก ผ ร บอน ญาตเพ อดาเน นการ แก ไขข อบกพร องตาม Corrective Action และให QSM ปฏ บ ต ตามข อ 9.2.13 ต อไป 9.2.11.3 กรณ ท QSM และห วหน าคณะผ ตรวจ (หร อผ ท ได ร บมอบหมายเป นผ ทบทวน) ม ความเห นไม ตรงก น ด งน - ห วหน าคณะผ ตรวจ (หร อผ ท ได ร บมอบหมายเป นผ ทบทวน) เห นว า Corrective Action เหมาะสม แต QSM เห นว าไม เหมาะสม - ห วหน าคณะผ ตรวจ (หร อผ ท ได ร บมอบหมายเป นผ ทบทวน) เห นว า Corrective Action ไม เหมาะสม แต QSM เห นว าเหมาะสม ให QSM เสนอแบบ F-D3-136 พร อมท ง Corrective Action และเอกสารท เก ยวข องท งหมดเสนอ เข าท ประช มคณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ ณ สาน กงานคณะกรรมการอาหารและยาเพ อพ จารณา ต ดส น ต อไป 9.2.12 คณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ พ จารณาความเหมาะสมของว ธ การและกรอบระยะเวลาใน Corrective Action รวมถ งกาหนดว ธ การในการต ดตามผลการแก ไข เม อพ จารณาเสร จส นให เลขาน การของคณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ จ ดทารายงานการประช มแล วสาเนาให ผ ท เก ยวข องทราบ 9.2.12.1 หากคณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ ม มต ว า Corrective Action น นไม เหมาะสม ให เลขาน การฯ จ ดทารายงานการประช ม พร อมก บหน งส อแจ งผลการพ จารณา เสนอเลขาธ การฯ ลงนาม แล วส งต อให เจ าหน าท ธ รการจ ดส งให แก ผ ร บอน ญาต หร อให สาน กงานสาธารณส ขจ งหว ดเพ อส งมอบให แก ผ ร บอน ญาต เพ อทาการ ปร บปร งแก ไขรายละเอ ยดของ Corrective Action ให แล วเสร จ และส งกล บมาท กองควบค มยาหร อสาน กงาน สาธารณส ขจ งหว ด ภายใน 15 ว นทาการน บจากว นท ได ร บแจ ง เม อผ ผล ตย น Corrective Action ท แก ไขแล ว ให ปฏ บ ต ตามข อ 9.2.8 โดยอน โลม 9.2.12.2 หากคณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ ม มต ว า Corrective Action น นเหมาะสม ให เลขาน การฯ จ ดทารายงานการประช ม พร อมก บหน งส อแจ งผลการพ จารณาของคณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ เสนอ เลขาธ การฯ แล วส งต อให เจ าหน าท ธ รการจ ดส งให แก ผ ผล ต(กรณ ส วนกลาง) หร อให สาน กงานสาธารณส ข จ งหว ดเพ อส งมอบให แก ผ ร บอน ญาต เพ อให ผ ผล ตดาเน นการแก ไขข อบกพร องตาม Corrective Action และให QSM ปฏ บ ต ตามข อ 9.2.13 ต อไป 9.2.13 การต ดตามผลการแก ไข ให ปฏ บ ต ตาม ค ม อว ธ การปฏ บ ต งาน การต ดตามผลการแก ไข (W-XX-XXX)

หน า 9/17 9.3 การตรวจต ดตาม (Follow-up Inspection) 9.3.1 ให QSM ประสานก บห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) ในการตรวจต ดตามการแก ไข Corrective Action ซ งห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) ควรจะเป นคนเด ยวก บผ ท พบข อบกพร องด งกล าวในคร งก อน 9.3.2 ให ห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) วางแผนการตรวจต ดตาม โดยพ จารณาจากกรอบระยะเวลาท ผ ผล ต แจ งไว ใน Corrective Action หร อเม อผ ผล ตแจ งว าได แก ไขแล วเสร จ 9.3.3 การเตร ยมการตรวจประเม น ให ดาเน นการตาม ข อ 9.2.3 9.3.4 การดาเน นการตรวจประเม น ให ดาเน นการตาม ข อ 9.2.4 9.3.5 เม อเสร จส นการตรวจประเม น ให ห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) จ ดเตร ยมรายงานผลการตรวจ GMP อย างเป นทางการ ตามรายงานการตรวจประเม นการตรวจประเม นสถานท ผล ตยาแผนโบราณตามหล กเกณฑ GMP ยาจากสม นไพร (F-XX-XXX) และแบบตรวจประเม นสถานท ผล ตยาตามหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ตยาจากสม นไพร(F-XX-XXX) และมอบ สาเนาให ก บผ ผล ตภายในว นส ดท ายของการตรวจประเม น ต นฉบ บนาเสนอQSM เพ อปฏ บ ต ตาม ค ม อว ธ การปฏ บ ต งาน การต ดตาม ผลการแก ไข(W-XX-XXX) ข อ 6.2 ต อไป กรณ ท QSM ม ส วนร วมใน ให บ คคลอ นท ได ร บมอบหมายเป นผ ทบทวนรายงาน ด งกล าวท คณะผ ตรวจจ ดทาข น 9.4 การตรวจประเม นแบบย อ (Concise Inspection) 9.4.1 เม อผ ประกอบการย นคาขอ คบ.ยบ.01 เพ อขยายขอบข ายการร บรอง(เช น เพ มหมวดการผล ต)หร อม เหต อ น สมควรให ม การตรวจประเม นแบบย อ (Concise Inspection)โดย QSM พ จารณาส งการให ม การตรวจประเม นแบบย อ 9.4.2 ให QSM พ จารณากาหนดห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) และแจ งให ห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) ท ได ร บมอบหมายทราบ 9.4.3 การเตร ยมการตรวจประเม น ให ดาเน นการตามข อ 9.2.3 9.4.4 การดาเน นการตรวจประเม น ให ดาเน นการตาม ข อ 9.2.4 กรณ การตรวจประเม นแบบย อท ม ผลให เก ดการเปล ยนแปลงต อขอบข ายการร บรองในเก ยรต บ ตร เช น การขอ เพ มขอบข ายการร บรองหมวดยาท ผล ต ให พ จารณาผลการตรวจประเม นแบบย อ โดยใช ข นตอนของการขอเก ยรต บ ตร ตามการตรวจ แบบปกต (Routine Inspection) โดยอน โลม และภายหล งผ ผล ตได ร บเก ยรต บ ตรฉบ บใหม ท ขยายขอบข ายการร บรองแล วให เก บ เก ยรต บ ตรฉบ บเก าค นสาน กงานคณะกรรมการอาหารและยาต อไป และว นหมดอาย ของเก ยรต บ ตรฉบ บใหม จะเท าก บฉบ บเก า

หน า 10/17 9.5 การตรวจประเม นกรณ พ เศษ (Special Inspection) 9.5.1 เม อม เร องร องเร ยนหร อกรณ พ เศษหร อม เหต อ นสมควรให ม การตรวจประเม นกรณ พ เศษ (Special Inspection) ห วหน าส วนราชการหร อ เลขาธ การ อย. หร อ นพ. สสจ. ส งการผ เก ยวข องดาเน นการ เช น ผอ. กองยา, ผอ.กอง คบ., คบ. เขต, ห วหน ากล มงาน คบ. หร อ QSM แล วมอบหมายให QSM พ จารณาส งการให ม การตรวจประเม นกรณ พ เศษ 9.5.2 ให QSM พ จารณากาหนดห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) และแจ งให ห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) ท ได ร บมอบหมายทราบ และการตรวจประเม นกรณ พ เศษ (Special Inspection)ไม ต องม การน ดหมายผ ผล ตล วงหน า 9.5.3 การเตร ยมการตรวจประเม น ให ดาเน นการตามข อ 9.2.3 9.5.4 การดาเน นการตรวจประเม น ให ดาเน นการตาม ข อ 9.2.4 9.5.5 เม อเสร จส นการตรวจประเม น ให ห วหน าคณะผ ตรวจ (Lead Inspector) จ ดเตร ยมรายงานผลการตรวจ GMP อย างเป นทางการ ตามรายงานการตรวจประเม นการตรวจประเม นสถานท ผล ตยาแผนโบราณตามหล กเกณฑ GMP ยาจากสม นไพร (F-XX-XXX) และแบบตรวจประเม นสถานท ผล ตยาตามหล กเกณฑ ว ธ การท ด ในการผล ตยาจากสม นไพร(F-XX-XXX) และ QSM รวบรวมเอกสารท งหมดท เก ยวก บการตรวจประเม นให แก คณะทางาน GMP ยาแผนโบราณให ดาเน นการตามข อ 9.2.7 ต อไป แผนผ งแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน ผ ประกอบการย นคาขอ หน วยจ ดแผนตรวจ QSM มอบหมายห วหน าคณะผ ตรวจ QSM แจ ง คบ.เขต ร วมตรวจประเม น (กรณ ส วนภ ม ภาค) ห วหน าคณะผ ตรวจเล อกผ ตรวจ เข าร วมคณะผ ตรวจประเม น ร ปท 1 การจ ดเตร ยมแผน

หน า 11/17 การตรวจแบบปกต (Routine Inspection) กรณ ผ ผล ตขอ ใบเก ยรต บ ตร - ผ ผล ตจ ดทาแบบ คบ. ยบ. 01 และย นแก กองควบค มยา /สสจ. เจ าหน าท ธ รการตรวจสอบเน อหาและเอกสารแนบ กรณ ถ กต องและครบถ วน - ลงร บเร องและเสนอ ผอ. กองควบค มยา/ นายแพทย สสจ. - ส วนกลาง: ผอ. กองควบค มยามอบให QSM - ส วนภ ม ภาค: นายแพทย สสจ. มอบให QSM ของจ งหว ด ดาเน นการต อไป QSM - กาหนดห วหน าคณะผ ตรวจ และลง นามแจ งให ทราบ - QSM แจ ง คบ.เขต ร วมคณะผ ตรวจ (กรณ ส วนภ ม ภาค) กรณ ไม ถ กต อง/ไม ครบถ วน - เจ าหน าท ลงร บเร องและผ ย นคาขอลงช อ ร บทราบในบ นท กว าเอกสารไม ถ กต อง/ไม ครบถ วนและร บเอกสารค น การเตร ยมการตรวจประเม น ปฏ บ ต ตาม W-XX-XXX การดาเน นการตรวจประเม น ปฏ บ ต ตาม W-XX-XXX ผลการตรวจประเม น - ส วนกลาง: ส ง QSM - ส วนภ ม ภาค: QSM / คบ.เขต. /ห วหน าคณะ ผ ตรวจพ จารณาผล (ร ป 3) ร ปท 2 การตรวจแบบปกต (Routine Inspection)

หน า 12/17 QSM / คบ.เขต./ห วหน าคณะผ ตรวจ พ จารณารายงานผลการตรวจตามแบบรายงานการตรวจ ประเม นฯ (F-XX-XXX) และแบบตรวจประเม นสถานท ผล ตยาฯ (F-XX-XXX) กรณ พบ Major Defect กรณ ไม พบ Major Defect QSM /คบ.เขต/ ห วหน าคณะผ ตรวจ ไม ม ความเห นแย งก น QSM/ คบ.เขต/ ห วหน าคณะผ ตรวจ ม ความเห นแย งก น QSM/ คบ.เขต/ ห วหน าคณะผ ตรวจ ม ความเห นแย งก น QSM/ คบ.เขต/ ห วหน าคณะผ ตรวจไม ม ความเห นแย งก น QSM เสนอเข าท ประช มคณะทางาน GMPยาแผนโบราณ คณะทางาน GMP ยาแผน โบราณ พ จารณาความเหมาะสม ของข อบกพร องท ม เห นแย ง เลขาน การคณะทางานฯ จ ดทาสร ปประช มสาเนาให ผ เก ยวข องทราบ มต พบว าม Major Defect มต พบว าไม ม Major Defect - แบบรายงานการตรวจประเม นฯ (F-xx-xxx) และแบบตรวจ ประเม นสถานท ผล ตยาฯ (F-xx-xxx) ให จ ดเก บในแฟ ม ประว ต ฯ - จ ดทาหน งส อแจ งผ ผล ต: กรณ ส วนกลางให เสนอ ผอ. กอง ยา ลงนาม กรณ ภ ม ภาคให นพ.สสจ.ลงนาม ส งให แก ผ ผล ต - ผ ผล ตต องจ ดทา Corrective Action (CA) ร ปท 4 - ปฏ บ ต ตามข นตอนในส วนท เก ยวข องต อไป - แบบรายงานการตรวจประเม นฯ (F-xx-xxx) และแบบตรวจประเม น สถานท ผล ตยาฯ (F-xx-xxx) และหล กฐานประกอบต างๆ : กรณ ในส วนกลางให จ ดเก บในแฟ มประว ต กรณ ส วนภ ม ภาคให ส ง ต นฉบ บเอกสารค นสสจ. เพ อจ ดเก บในแฟ มประว ต ของจ งหว ด(กอง คบ. จะสาเนาเก บเอกสารท งหมดไว ท อย.) - อย. จะส งมอบเก ยรต บ ตรให ผ ผล ต กรณ ส วนภ ม ภาคจะส งมอบให สสจ. ส งต อให แก ผ ผล ตต อไป ร ปท 3 ผลการตรวจประเม น

หน า 13/17 ผ ผล ตจ ดส งหน งส อแจ ง Corrective Action (CA) - เจ าหน าท ท เก ยวข องลงเลขร บในสม ดร บส ง และส ง CA ให ผอ. กองยา/นายแพทย สสจ. - แจ ง QSM ดาเน นการต อไป - QSM แจ งห วหน าคณะผ ตรวจท ร บผ ดชอบ ห วหน าคณะผ ตรวจ - พ จารณารายละเอ ยดและความเหมาะสมของ CA - บ นท กความเห นใน F-D3-136 เสนอให QSM พ จารณา กรณ QSM และห วหน าคณะ ผ ตรวจเห นว า CA เหมาะสม กรณ QSM และห วหน าคณะผ ตรวจ ความเห นไม ตรงก น - QSM เสนอ F-D3-136 และ CA ให คณะทางาน GMP แผนโบราณพ จารณา กรณ QSM และห วหน าคณะผ ตรวจ เห นตรงก นว า CA ไม เหมาะสม - จ ดทาหน งส อแจ งให ผ ผล ตปร บปร ง CA และ ส งกล บมาพ จารณาใหม คณะทางาน GMP แผนโบราณ พ จารณา CA - เลขาน การคณะทางาน GMP แผนโบราณ จ ดทามต การ ประช มเพ อแจ ง QSM และผ เก ยวข องทราบ ภายใน 15 ว นทาการ - QSM นาเร องเข าคณะทางาน GMP แผนโบราณ พ จารณา CA ท ปร บปร งแล ว QSM จ ดทาหน งส อแจ งให ผ ผล ตแก ไข ข อบกพร องตาม CA ท เสนอมา มต เห นว า CA เหมาะสม QSM จ ดทาหน งส อแจ งผ ผล ตแก ไขตาม CA ท เสนอมา และต ดตามผลการแก ไข มต เห นว า CA ไม เหมาะสม - ให QSM จ ดทาหน งส อแจ งให ผ ผล ต ปร บปร ง CA และส งกล บมาพ จารณาใหม การต ดตามผลการแก ไข (W-XX-XXX) QSM ประสานห วหน าคณะผ ตรวจคน เด ม เพ อต ดตามผลการแก ไข ร ปท 4 การพ จารณา Corrective Action ผ ผล ตจ ดส ง CA ท ปร บปร งแล วภายใน 15 ว นทาการ น บจากว นท ได ร บแจ ง - ส งท กองควบค มยา(กรณ ส วนกลาง) หร อ สสจ. (กรณ ส วนภ ม ภาค) พ นกาหนด 15 ว นท าการ - ผ ร บอน ญาตไม สามารถแก ไขได ตามกาหนดด งกล าวโดยไม ม เหต ผล อ นสมควร จะไม ร บพ จารณาคาขอด งกล าว

หน า 14/17 การตรวจต ดตาม (Follow-up Inspection) ห วหน าคณะผ ตรวจวางแผนตรวจต ดตาม โดยพ จารณา จากกรอบระยะเวลาท ผ ผล ตแจ งไว ใน Corrective Action หร อเม อผ ผล ตแจ งแก ไขแล วเสร จ ให ปฏ บ ต ตาม การเตร ยมการตรวจประเม น (W-XX-XXX) ให ปฏ บ ต ตาม การดาเน นการตรวจประเม น (W-XX-XXX) - ห วหน าคณะผ ตรวจทารายงานการตรวจประเม นฯ (Fxx-xxx) และแบบตรวจประเม นสถานท ผล ตยา (F-xxxxx) สาเนามอบผ ผล ต สาหร บต นฉบ บเสนอ QSM ร ปท 5 การตรวจต ดตาม (Follow-up Inspection) QSM ปฏ บ ต ตามการต ดตามผล การแก ไข( W-XX-XXX) การตรวจประเม นแบบย อ (Concise Inspection) ผ ประกอบการย นคาขอ ( คบ. ยบ. 01) เจ าหน าท ธ รการตรวจสอบหล กฐาน หล กฐานไม ถ กต อง/ไม ครบถ วน - เจ าหน าท ลงร บเร องและผ ย นคาขอลงช อ หล กฐานครบถ วน - เสนอ ผอ. กองยา/นายแพทย สสจ. - ส วนกลาง: ผอ. กองควบค มยามอบให QSM - ส วนภ ม ภาค: นายแพทย สสจ. มอบให QSMของจ งหว ด ดาเน นการต อไป ร บทราบในบ นท กว าเอกสารไม ถ กต อง/ไม ครบถ วนและร บเอกสารค น - QSM มอบหมายห วหน าคณะผ ตรวจ และแจ ง คบ.เขต ร วมตรวจประเม น - ห วหน าคณะผ ตรวจเล อกผ ตรวจ เข า ร วมคณะผ ตรวจประเม น ให ปฏ บ ต ตาม การเตร ยมการตรวจประเม น (W-XX-XXX) ให ปฏ บ ต ตาม การดาเน นการตรวจประเม น (W-XX-XXX) ร ปท 3 ผลการตรวจประเม น ร ปท 6 การตรวจประเม นแบบย อ (Concise Inspection)

หน า 15/17 การตรวจประเม นกรณ พ เศษ (Special Inspection) ม เร องร องเร ยนหร อกรณ พ เศษหร อม เหต อ นสมควร ห วหน าส วนราชการส งการ (เลขาธ การ อย. / ผ ว าราชการจ งหว ด / นพ.สสจ.) ผอ. กองยา / ผอ.กอง คบ. / คบ. เขต / ห วหน ากล มงาน คบ. / QSM ร บคาส ง - QSM มอบหมายห วหน าคณะผ ตรวจ และแจ ง คบ.เขต ร วมตรวจประเม น - ห วหน าคณะผ ตรวจเล อกผ ตรวจ เข า ร วมคณะผ ตรวจประเม น - ไม ต องแจ งผ ผล ตทราบล วงหน า ให ปฏ บ ต ตาม การเตร ยมการตรวจประเม น (W-XX-XXX) ให ปฏ บ ต ตาม การดาเน นการตรวจประเม น (W-XX-XXX) ร ปท 3 ผลการตรวจประเม น ร ปท 7 การตรวจประเม นกรณ พ เศษ (Special Inspection)

หน า 16/17 10. กรอบระยะเวลา 10.1 การตรวจประเม นตามปกต (Routine Inspection) การเตร ยมการตรวจประเม น ข นตอน ระยะเวลาแล วเสร จ ตาม W-XX-XXX การดาเน นการตรวจประเม น ตาม W-XX-XXX การจ ดทารายงานผลการตรวจประเม น และ QSM พ จารณารายงานผลการตรวจประเม น การร บ Corrective Action จากผ ผล ต และ QSM พ จารณาCorrective Action การพ จารณาโดยคณะทางาน GMP แผนโบราณ (ในกรณ ท ม ความเห นแย งระหว าง QSM /ห วหน าผ ตรวจประเม น/ คบ.เขต ใน ประเด นต างๆ ได แก รายงานผล, แผนCorrective Action, ประส ทธ ภาพการแก ไขCorrective Action) 30 ว นทาการ 15 ว นทาการ ภายใน 30 ว นทาการ หล งจากได ร บเร อง การแจ งผลการพ จารณาของคณะทางาน GMP แผนโบราณ ให QSM ทราบ 15 ว นทาการ น บจากว นท ม มต การแจ งผลการพ จารณาของคณะทางาน GMP แผนโบราณ ให ผ ผล ต ทราบ 15 ว นทาการ น บจาก QSM ทราบมต การออกเก ยรต บ ตรร บรอง GMP ตาม W-XX-XXX 10.1.1 การร บคาขอตามแบบ คบ.ยบ. 01 จนถ งการเตร ยมการตรวจประเม น (ตามข อ 9.2.1 9.2.3) ให ดาเน นการให แล วเสร จภายใน 10 ว นทาการ น บจากว นท ผ ผล ตย นแบบคาขอ คบ.ยบ.01 และเอกสารประกอบคาขอครบถ วน 10.1.2 การจ ดทาและพ จารณารายงานผล ตามข อ 9.2.5 9.2.6 ให ดาเน นการให แล ว เสร จภายใน 30 ว นทาการ น บจากว นท เสร จส นการตรวจประเม น ด งน นน บจากว นท ผ ผล ตย นแบบ คบ.ยบ. 01 จนถ งว นท ส งหน งส อแจ งผล ให ก บผ ผล ต (กรณ ไม พบข อบกพร องสาค ญ (Major Defect) และ QSM/ คบ.เขต/ห วหน าคณะผ ตรวจไม เห นแย งก น) รวมระยะเวลาดาเน นการ ท งส น 40 ว นทาการ 10.1.3 การพ จารณาของคณะทางาน GMP ยาแผนโบราณ ภายใน 30 ว นทาการ น บจากได ร บเร อง

หน า 17/17 10.1.4 การแจ งผลการพ จารณาของคณะทางาน GMP แผนโบราณ แก QSM ให ดาเน นการให เสร จส นภายใน 15 ว นทาการ น บจากว นท คณะทางาน GMP แผนโบราณลงมต การพ จารณา 10.1.5 QSM แจ งผ ผล ตภายใน 15 ว นทาการ น บจากได ร บแจ งมต พ จารณาของคณะทางาน GMP แผนโบราณ 10.1.6 การพ จารณา Corrective Action จากผ ผล ต ตามข อ 9.2.8 9.2.11 ให ดาเน นการให เสร จส นภายใน 15 ว นทาการ น บจากว นท ได ร บ Corrective Action จากผ ผล ต 10.1.7 คณะทางาน GMP แผนโบราณออกเก ยรต บ ตรร บรอง GMP เพ อส งมอบแก QSM ให ดาเน นการแล ว เสร จภายใน 15 ว นทาการ น บจากได ร บเร องและเอกสารครบถ วน(กรณ ไม ม Major Defect) หร อน บจากว นท คณะทางาน GMP แผนโบราณม มต ผลการพ จารณาว าไม พบ Major Defect หร อการแก ไขCorrective Action ม ประส ทธ ภาพ 10.1.8 QSM จ ดส งเก ยรต บ ตรร บรอง GMP ให แก ผ ร บอน ญาต ให ดาเน นการแล วเสร จภายใน 15 ว นทาการ น บจาก QSM ได ร บเก ยรต บ ตรจากคณะทางาน GMP แผนโบราณ 10.2 การทารายงานผลการตรวจต ดตาม (Follow-up Inspection) ให ดาเน นการตามข อ 9.3.5 ให เสร จส นภายใน 15 ว นทา การ น บจากว นท ส นส ดการตรวจต ดตาม (Follow-up Inspection) 10.3 การตรวจประเม นแบบย อ (Concise Inspection) ให ดาเน นการตามข อ 9.4.1 9.4.3 ให เสร จส นภายใน 30 ว นทาการ น บจากว นท QSM พ จารณาส งการให ม การตรวจประเม นแบบย อ และการดาเน นการอ นๆของการตรวจประเม นแบบย อให ใช กรอบ ระยะเวลาตามข อ 10.2 โดยอน โลม 10.4 และการตรวจประเม นกรณ พ เศษ (Special Inspection) - หากเป นกรณ เร งด วน การดาเน นการตามข อ 9.5.1 9.5.4 ต องเสร จส นภายใน 5 ว น น บจากว นท ม เหต อ นสมควรให ม การตรวจประเม นกรณ พ เศษ แล วแต กรณ - หากเป นกรณ ไม เร งด วน ให ดาเน นการตามข อ 9.5.1 9.5.3 ให เสร จส นภายใน 10 ว นทาการน บจากว นท ม คาส งให ม การตรวจประเม นกรณ พ เศษ - การดาเน นการอ นๆ ของการตรวจประเม นกรณ พ เศษให ใช กรอบระยะเวลาตามข อ 10.2 โดยอน โลม